วิธีการทำความสะอาดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้นเป็นสิ่งจำเป็น เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายจะสวยงามคงสภาพได้ยาวนานถ้าเรารู้จักดูแลรักษา รู้จักใช้วัสดุเพื่อการซักฟอกอย่างถูกวิธี ดังนี้

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลรักษาเสื้อผ้า

ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดมีหลายชนิด เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก สารฟอกขาว น้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีมากมายหลายยี่ห้อ เมื่อเลือกใช้ควรศึกษาคำอธิบายจากฉลากข้างกล่องให้เข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำนั้น ซึ่งในบางครั้งต้องทดลองใช้จึงจะสามารถวิเคราะห์คุณภาพของผลิตภันฑ์นั้นๆได้ สำหรับผลิตภัณฑ์ซักฟอกที่นิยมใช้ มีดังนี้

1. สารซักฟอก สารซักฟอกที่เป็นทั้งผงและเป็นน้ำ ได้แก่ ผงซักฟอกและน้ำยาซักฟอก ใช้สำหรับซักผ้าหรือทำความสะอาดอื่นๆ มีขายอยู่ทั่วไปทั้งชนิดเป็นผงและเป็นน้ำ ก่อนการเลือกใช้ควรศึกษาฉลากข้างกล่องก่อน และปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลากนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน และช่วยให้เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ทำความสะอาดคงสภาพเดิมไม่เสียหาย

2. สารปรับผ้านุ่ม สารปรับผ้านุ่มเป็นสารที่มีส่วนผสมของน้ำมันช่วยเคลือบผืนผ้า ลดความกระด้างของผ้า และช่วยลดการดูดซึมของน้ำ ควรใช้เมื่อจำเป็นหรือนานๆครั้งหรือหลังจากการซักทุก2-3 ครั้ง

3. สารฆ่าเชื้อโรค นิยมนำมาทำความสะอาดเสื้อผ้า เช่น น้ำมันสน สารฟอกขาว คลอรีน นิยมใช้ซักผ้าในห้องน้ำ ซักผ้าผู้ป่วยเป็นต้น

4. สารเพิ่มความขาวและสดใสของผ้า สารเพิ่มความสดใสของผ้าในสารซักฟอกส่วนมากจะใส่สารนี้ไว้ แต่ถ้าเป็นผ้าที่เราต้องการให้ดูสดใสยิ่งขึ้น ให้ใช้ครามซึ่งเป็นสารเคมีชนิดหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มความสดใสของผ้าขาวและมีขายอยู่ทั่วไป โดยนำครามไปผสมกับน้ำสุดท้ายเวลาซัก

5. สารตกแต่งผ้าให้แข็ง นิยมใช้กับผ้าที่ต้องการความคงรูป เช่นผ้าฝ้าย ผ้าไหม โดยการลงแป้งหรือเยลลี่หลังการซักผ้าน้ำสุดท้าย หรืออาจใช้แป้งสเปรย์สำเร็จรูปฉีดก่อนการรีดผ้า เมื่อรีดเสร็จแล้วนำผ้ามาฉีดด้วยสเปรย์จะแข็งเรียบ สวยงาม เหมือนผ้าที่ลงแป้ง

6. สารกำจัดร้อยเปื้อน สำหรับสารกำจัดรอยเปื้อนนั้น ไม่มีสารชนิดใดที่สามารถกำจัดรอยเปื้อนได้ทุกชนิด และสารบางชนิดจะทำลายเนื้อผ้า เช่น สารประเภทกรด จะทำลายผ้าที่ท้อจากใยพืช ดังนั้น ในการใช้สารกำจัดรอยเปื้อน ควรรู้จักคุณสมบัติของสารชนิดนั้นเพื่อการเลือกใช้อย่างเหมาะสม
 • ด่างและกรด เป็นสารกำจัดร้อยเปื้อนที่ควรนำมาใช้ในเฉพาะที่ เป็นสารละลายอย่างอ่อน เช่น น้ำส้มสายชู ด่างอย่างอ่อน เช่น โซดาไบคาร์บอเนต แอมโมเนีย ซึ่งในการทำความสะอาดด้วยกรดและด่างนั้น เมือทำความสะอาดเสร็จแล้วจะต้องนำผ้าไปซักให้สะอาดทุกครั้ง
• สารฟอกขาว สารฟอกขาวที่นำมากำจัดรอยเปื้อนมีอยู่หลายชนิด เวลาใช้ต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้สารเหล่านี้ทำลายเนื้อผ้า สารฟอกขาวที่ใช้กำจัดรอยเปื้อน มีดังนี้
      • สารฟอกขาวคลอรีน หรือโซเดียมไฮเปอร์คลอไรค์ เป็นสารฟอกขาวที่ใช้กันทั่วไปมักใช้กับผ้าฝ้าย ลินิน ไม่ควรใช้กับผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ เมื่อใช้อย่าทิ้งไว้นาน ควรรีบล้างออกด้วยน้ำแล้วหยดกรดออกซาลิกลงไปที่รอยเปื้อน เพื่อทำให้คลอรีนซึ่งเป็นด่างเกิดความเป็นกลางก่อนนำผ้าไปซักทั้งคืน
      • โซเดียมเปอร์บอเรตและกรดออกซาลิก เป็นสารที่ใช้กำจัดรอยเปื้อนของสนิมเหล็กและหมึกได้ดี สารฟอกขาวชนิดนี้จัดว่ามีอันตรายน้อยที่สุด แต่ต้องระวังการทำปฎิกิริยากับสีย้อมผ้า และไม่ควรใช้กรดออกซาลิกกับผ้าไหม
      • โซเดียมไฮโดรซัลไฟล์ เป็นสารกำจัดรอยเปื้อนของรา หมึก สนิมเหล็ก น้ำผลไม้สีโดยใช้โซเดียมไฮโดรซัลไฟล์ ๑ ช้อนชา ผสมกับน้ำ ๑แก้ว แล้วให้รีบล้างออก และไม่ควรใช้สารนี้กับผ้าไหม
      • ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารฟอกขาวชนิดอ่อน และสารนี้จะใช้ได้ดีเมื้อใช้แอมโมเนียผสม สามารถใช้ได้กับผ้าทุกชนิด
• สารละลาย สารกำจัดรอยเปื้อนประเภทสารละลาย ได้แก่ น้ำมันสน เบนซิน อีเทอร์ โรเอทีลีน และแอลกอฮอล์ ใช้สำหรับกำจัดรอยเปื้อนประเภทที่มีส่วนผสมของน้ำมันและไขมันเวลาใช้ควรใช้สำลีชุบและทดลองเช็ดด้านในของผ้าก่อน เช่น ตะเข็บ แนว พับ เป็นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อผ้าจึงค่อยทำการเช็ดรอยเปื้อนนั้น

วิธีการกำจัดรอยเปื้อน

การกำจัดรอยเปื้อนเป็นการทำผ้าให้สะอาดโดยเฉพาะผ้าที่สกปรกหรือเปื้อนเฉพาะที่ให้สะอาดก่อนการซัก สำหรับการลบรอยเปื้อนควรพิจราณาว่ารอยเปื้อนนั้นเป็นรอยเปื้อนที่เกิดจากอะไรและควรเลือกใช้สารให้ถูกต้องตามชนิดของรอยเปื้อนนั้นๆ นอกจากนี้ การลบรอยเปื้อนนั้นควรคำนึงถึงชนิดของผ้าเพราะว่าเสื้อผ้าบางชนิดเมื่อถูกสารเคมี อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหายหรือขาดได้ ในขั้นแรกควรทดสอบกับผ้าส่วนที่อยู่ด้านในก่อน เช่น ตะเข็บ รอยพับ เมื่อแน่ใจว่าสารลบรอยเปื้อนที่ใช้ไม่ทำให้ผ้าเสียหาย จงลงมือปฏิบัติลบรอยเปื้อนนั้น โดยการทำอย่างเบาๆ และใช้สารอย่างเจือจางหลายครั้งดีกว่าการทำครั้งเดียว และควรทำอย่างระมัดระวัง รอยเปื้อนที่พบเห็นกันอยู่บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน มีดังนี้

1. รอยเปื้อนหมึกดำ ถ้าเป็นรอยเปื้อนใหม่ๆ ให้ขยี้ในน้ำผสมสารซักฟอก ถ้ายังมีรอยเปื้อนตกค้างอยู่ให้ใช้กรดออกซาลิกผสมน้ำ หรือใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โดยแช่เฉพาะส่วนที่เปื้อน บีบมะนาวลงไปให้ชุ่ม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที และนำไปผึ่งแดดประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปซักตามวิธีปกติ

2. รอยเปื้อนลิปสติก เช็ดด้วยคาร์บอนเตตราคลอไรด์ โดยกลับเอาด้านในออกด้านล่างรองด้วยผ้าฝ้ายซึมน้ำได้ดี และเช็ดทางด้านผิด แล้วนำไปซัก ด้วยน้ำร้อนผสมผงซักฟอก

3. รอยเปื้อนชา กาแฟ ถ้ารอยเปื้อนยังไม่แห้ง ให้นำแป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียวหรือแป้งฝุ่นโรยลงบนรอยเปื้อน เพื่อให้แป้งดูดซับรอยเปื้อนและทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้แป้งปัดแป้งออกแล้วนำไปซักด้วยสารซักฟอกตามปกติหรือถ้าเป็นผ้าไหมหรือขนสัตว์ ให้เ