รู้จักไข้หวัดแมว

posted on 31 Mar 2008 11:52 by mymphcat in knowledge

สืบเนื่องมาจากข่าว จ. อ่างทอง เจอแมวล้มตายเป็นจำนวนมาก (สาเหตุอาจเกิดจากโรคหวัดแมว หรืออาจจะเป็นโรคหัดแมว) และ มีชาวบ้านส่วนหนึ่งเอาแมวที่เลี้ยงไว้ไปปล่อย เพราะกลัวว่าจะติดโรค รับไม่ได้อะ ฉะนั้นเลยเขียน Blog นี้ขึ้นมา

 ทิ้งกันได้ไง ฮึ !!!

เรามาทำความรู้จักกันเพิ่มเติม เกี่ยวกับโรคไข้หวัดแมวกันเถอะ

โรคหวัดแมว (cat flu)เป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงที่อากาศมีการเปลี่ยนแ ปลง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสจำเพาะในแมว ได้แก่ Feline Viral Rhinotracheitis Virus (FVRC) หรือ Feline Herpesvirus (FHV) และ Feline Calici Virus (FCV) นอกจากนี้ยังอาจมีการติดเชื้ออื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น Bordetella หรือ Clamydia ซึ่งจะทำให้แมวแสดงอาการรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะในลูกแ มวและแมวที่อ่อนแอ

 

รู้จักไวรัสหวัดแมว

โดยทั่วไป มีไวรัส 2 ชนิดเมื่อแมวได้รับเชื้อและจะมีการอาการหวัด โดยการแยกอาการของการติดเชื้อไวรัสสองตัวนี้อย่างคร่ าว ๆ คือการสังเกตุได้จากอาการ ซึ่งไวรัส FCV จะไม่ค่อยมีอาการที่ตาและจมูก แต่อย่างไรก็ตาม แมวสามารถมีการติดเชื้อร่วมกันของไวรัสทั้ง 2 ชนิดนี้ได้ ซึ่งจะยิ่งทำให้อาการของโรครุนแรงมากขึ้นไปอีก Feline Viral Rhinotracheitis (FVRV) หรือ Feline Herpesvirus (FHV)
หลังจากแมวได้รับเชื้อ FVRV เชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 2 ถึง 10 วัน โดยจะทำให้แมวมีอาการอักเสบที่ตา จมูก หลอดลม ซึ่งทำให้แมวมีน้ำตาไหล มีน้ำมูกและเสมหะ นอกจากนี้ยังทำให้แมวมีอาการซึม หายใจลำบาก เป็นไข้ ไอ จามและเบื่ออาหาร ในกรณีที่มีเชื้อแบคทีเรีย ร่วมด้วยนั้น จะทำให้น้ำมูกข้นเหนียวจนเป็นหนอง อาจพบแผลหลุมเป็นวง ๆ บนลิ้น ทำให้แมวเจ็บมากจนไม่อยากกินอาหาร อาการอาจรุนแรงมากถึงขั้นเกิดปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบและทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

Feline Calici Virus (FCV)

ไวรัสชนิดนี้ ทำให้เกิดอาการน้ำมูกไหล ไอ จาม แต่อาจแสดงอาการรุนแรงมากกว่านั้นได้ สำหรับอาการที่เด่นชัดที่สุดคือ แผลหลุมบนลิ้น จะทำให้มีน้ำลายไหลยืดตลอดเวลา แผลในช่องปากจะทำให้แมวกินอาหารลำบาก ความอยากอาหารลดลง ทำให้อาการทรุดลงเร็ว
การติดต่อของโรคไข้หวัดแมว

การติดต่อของหวัดแมวเกิดจากแมวได้รับการสูดดมเชื้อไว รัสที่กระจายในอากาศจากแมวที่ติดเชื้อ หรือมีการสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อโดยตรง ซึ่งพบได้บ่อยในบริเวณที่มีแมวมาอยู่รวมกันมาก ๆ นอกจากนี้เชื้อไวรัสอาจติดตามเสื้อผ้าของเจ้าของที่อ อกไปสัมผัสแมวป่วยนอกบ้านได้เช่นกัน ดังนั้นหลังจากสัมผัสแมวนอกบ้านแล้ว ควรทำความสะอาดเสื้อผ้าและร่างกายก่อนที่จะมาสัมผัสแ มวในบ้านเพื่อเป็นการป้องกันโรคสู่แมวของเรา ในกรณีที่แมวป่วยและหายจากโรคแล้วนั้นสามารถเป็นพาหะ นำโรคได้ต่อไปการดูแลและป้องกันเมื่อเจ้าเหมียวเป็นโรคหวัดสิ่งแรกที่ต้องทำคือพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการวิ นิจฉัยเบื้องต้นก่อนว่าเป็นโรคหวัดแมวหรือไม่ การรักษาทำได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะป้องกันโรคแทรกซ้อนจาก แบคทีเรีย รวมทั้งยาลดเสมหะ นอกจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพน้องแมวว่าจำเป็นต้องได้ร ับน้ำเกลือ วิตามินต่าง ๆ เพื่อบำรุงตามความเหมาะสมหรือไม่การให้อาหารควรน้องแมวได้กินอาหารอย่างเพียงพอ เพราะหากเจ้าเหมียวมีแผลในปากจะทำให้ไม่อยากกินอาหาร เอง จึงอาจต้องมีการป้อนอาหารและยาให้ นอกจากนี้ต้องดูแลเรื่องความสะอาดด้วย เช่น เช็ดขี้มูก ขี้ตาอย่าให้เกรอะกรัง ทำความสะอาดปากทุกครั้งหลังป้อนอาหาร และควรให้ความอบอุ่นต่อร่างกาย เท่านี้น้องแมวของท่านก็จะหายจากอาหารหวัดแมวได้อย่า งแน่นอน สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการนำแมวที่ยังไม่มีภูมิคุ้ม กันโรคไปปะปนกับแมวภายนอก หากต้องนำแมวไปฝากเลี้ยงหรือต้องนำแมวไปในที่มีแมวรว มตัวกันมาก ๆ ต้องมั่นใจว่าแมวของเรามีภูมิคุ้มกันดีพอ ซึ่งทำได้โดยการนำแมวของท่านมารับวัคซีนป้องกันโรคหว ัดแมว หากคุณดูแลเอาใจใส่เจ้าแมวน้อยอย่างใกล้ชิด เจ้าแมวน้อยก็จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ปลอ ดภัยจากโรคหวัดอย่างแน่นอน

 

สำหรับท่านใดที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเจ้ าเหมียว สามารถติดต่อขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ ได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ซอยทองหล่อ โทร. 0-2712-6301-4 สาขาลาดพร้าว โทร. 0-2934-1407-9 สาขาสิรินทร-ปิ่นเกล้า โทร.0-2433-7550-1 หรือติดตามข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงได้ที่ www.thonglorpet.com

  ป๋มออกจะน่ารัก เห็นมั๊ย~~~~

ไหนๆก็หาข้อมูลเรื่อง ไข้หวัดแมว มาฝากแล้ว แถมโรคสำคัญอื่นๆของน้องแมวไปด้วยเลย ละกัน

 

โรคสำคัญของแมว

กลุ่มโรคติดเชื้อ
คือโรคที่เกิดมาจากเชื้อโรคต่างๆ อันได้แก่เชื้อไวรัส เชื้อรา และพยาธิ ดังตัวอย่างโรคดังนี้

ฝีหนองบนร่างกาย
มักพบในแมวเพศผู้ เนื่องจากชอบออกไปท่องเที่ยวและต่อสู้กับแมวอื่น จนทำให้มีบาดแผลจากเล็บและเขี้ยว ซึ่งภายหลังกลายเป็นฝีมีหนองภายในเนื่องจากเชื้อแบคท ีเรียที่ปะปนเข้าไป การรักษาทำได้โดยการผ่าฝีดูดหนองชำระล้าง และให้ยาปฏิชีวนะทั้งกินและฉีด ส่วนวิธีป้องกันคือไม่ให้แมวออกไปท่องเที่ยวจนต่อสู้ กับแมวอื่น อาจจะให้ทำหมัน และหากพบว่าแมวบาดเจ็บให้รีบทำความสะอาดแผลและใส่ยาก ่อนมีการติดเชื้อ

โรคแผลหลุมในริมฝีปาก (Rodent Ulcer)
เป็นโรคที่ยังไม่แน่ชัดว่าเกิดจากเชื้อไวรัสหรือระบบ ภูมิต้านทานของแมวเอง โดยอาการะพบว่า บริเวณริมฝีปากของแมวจะมีแผลหลุม ซึ่งสร้างความเจ็บปวดแก่แมวมาก บางครั้งอาจพบแผลเช่นนี้ตามกระพุ้งแก้ม หรือส่วนอื่นของปาก บางทีอาจพบตามง่ามนิ้ว หนังหน้าท้อง หรือด้านหลังของขาหลัง โดยเป็นแผลที่มีลักษณะเป็นวงแดง ผิวหนังหนาตัวขึ้นจนเป็นตุ่มใสๆแล้วแตกออก ถ้าท่านพบเห็นลักษณะเช่นนี้ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อร ับการรักษา โดยใช้ยาลดอาการอักเสบฉีดเข้าไปบริเวณที่เป็นแผลหลุม โอกาสหายมีมาก แต่อาจกลับมาเป็นใหม่ได้อีกร้อยละ 10 - 15 จึงต้องรักษาไปเรื่อยๆจนกว่าจะหายขาด

สิวแมว (Feline Acne)
เป็นอาการอักเสบของผิวหนังบริเวณคางของแมว เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในบริเวณนั้น ซึ่งมีจุดอ่อนคือเป็นแหล่งสะสมต่อมน้ำมันจำนวนมาก ดัง